วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

30.01.2559 ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "การพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดย คุณ.อุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา ในงาน "พลเมืองไทย ร่วมใจพัฒนาการเมือง" เนื่องในวันสถาปนาสภาพัฒนาการเมือง ครบรอบ 8 ปี และ สมัชชาพัฒนาการเมือง ประจำปี พ.ศ.2559

ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "การพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดย คุณ.อุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา ในงาน "พลเมืองไทย ร่วมใจพัฒนาการเมือง" เนื่องในวันสถาปนาสภาพัฒนาการเมือง ครบรอบ 8 ปี และ สมัชชาพัฒนาการเมือง ประจำปี พ.ศ.2559 ณ.โรงแรม รามาการ์เด้นส์ ถนน.วิภาวดีรังสิต หลักสี่ กรุงเทพมหานคร วันเสาร์ ที่ 30 เดือน มกราคม พ.ศ.2559
01.วันสถาปนาสภาพัฒนาการเมือง ครบรอบ 8 ปี และ สมัชชาพัฒนาการเมือง ประจำปี พ.ศ.2559 ณ.โรงแรม รามาการ์เด้นส์ ถนน.วิภาวดีรังสิต หลักสี่ กรุงเทพมหานคร วันเสาร์ ที่ 30 เดือน มกราคม พ.ศ.2559
02.ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "การพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดย คุณ.อุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา ในงาน "พลเมืองไทย ร่วมใจพัฒนาการเมือง" เนื่องในวันสถาปนาสภาพัฒนาการเมือง ครบรอบ 8 ปี และ สมัชชาพัฒนาการเมือง ประจำปี พ.ศ.2559 ณ.โรงแรม รามาการ์เด้นส์ ถนน.วิภาวดีรังสิต หลักสี่ กรุงเทพมหานคร วันเสาร์ ที่ 30 เดือน มกราคม พ.ศ.2559
03.ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "การพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดย คุณ.อุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา ในงาน "พลเมืองไทย ร่วมใจพัฒนาการเมือง" เนื่องในวันสถาปนาสภาพัฒนาการเมือง ครบรอบ 8 ปี และ สมัชชาพัฒนาการเมือง ประจำปี พ.ศ.2559 ณ.โรงแรม รามาการ์เด้นส์ ถนน.วิภาวดีรังสิต หลักสี่ กรุงเทพมหานคร วันเสาร์ ที่ 30 เดือน มกราคม พ.ศ.2559
04.ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "การพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดย คุณ.อุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา ในงาน "พลเมืองไทย ร่วมใจพัฒนาการเมือง" เนื่องในวันสถาปนาสภาพัฒนาการเมือง ครบรอบ 8 ปี และ สมัชชาพัฒนาการเมือง ประจำปี พ.ศ.2559 ณ.โรงแรม รามาการ์เด้นส์ ถนน.วิภาวดีรังสิต หลักสี่ กรุงเทพมหานคร วันเสาร์ ที่ 30 เดือน มกราคม พ.ศ.2559
05.
06.
07.ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "การพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดย คุณ.อุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา ในงาน "พลเมืองไทย ร่วมใจพัฒนาการเมือง" เนื่องในวันสถาปนาสภาพัฒนาการเมือง ครบรอบ 8 ปี และ สมัชชาพัฒนาการเมือง ประจำปี พ.ศ.2559 ณ.โรงแรม รามาการ์เด้นส์ ถนน.วิภาวดีรังสิต หลักสี่ กรุงเทพมหานคร วันเสาร์ ที่ 30 เดือน มกราคม พ.ศ.2559
08.ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "การพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดย คุณ.อุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา ในงาน "พลเมืองไทย ร่วมใจพัฒนาการเมือง" เนื่องในวันสถาปนาสภาพัฒนาการเมือง ครบรอบ 8 ปี และ สมัชชาพัฒนาการเมือง ประจำปี พ.ศ.2559 ณ.โรงแรม รามาการ์เด้นส์ ถนน.วิภาวดีรังสิต หลักสี่ กรุงเทพมหานคร วันเสาร์ ที่ 30 เดือน มกราคม พ.ศ.2559
09.ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "การพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดย คุณ.อุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา ในงาน "พลเมืองไทย ร่วมใจพัฒนาการเมือง" เนื่องในวันสถาปนาสภาพัฒนาการเมือง ครบรอบ 8 ปี และ สมัชชาพัฒนาการเมือง ประจำปี พ.ศ.2559 ณ.โรงแรม รามาการ์เด้นส์ ถนน.วิภาวดีรังสิต หลักสี่ กรุงเทพมหานคร วันเสาร์ ที่ 30 เดือน มกราคม พ.ศ.2559
10.ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "การพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดย คุณ.อุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา ในงาน "พลเมืองไทย ร่วมใจพัฒนาการเมือง" เนื่องในวันสถาปนาสภาพัฒนาการเมือง ครบรอบ 8 ปี และ สมัชชาพัฒนาการเมือง ประจำปี พ.ศ.2559 ณ.โรงแรม รามาการ์เด้นส์ ถนน.วิภาวดีรังสิต หลักสี่ กรุงเทพมหานคร วันเสาร์ ที่ 30 เดือน มกราคม พ.ศ.2559
11.
12.
13.
14.
15.
16.
17.
18.
19.
20.
21.
22.
23.
24.
25.
26.ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "การพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดย คุณ.อุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา ในงาน "พลเมืองไทย ร่วมใจพัฒนาการเมือง" เนื่องในวันสถาปนาสภาพัฒนาการเมือง ครบรอบ 8 ปี และ สมัชชาพัฒนาการเมือง ประจำปี พ.ศ.2559 ณ.โรงแรม รามาการ์เด้นส์ ถนน.วิภาวดีรังสิต หลักสี่ กรุงเทพมหานคร วันเสาร์ ที่ 30 เดือน มกราคม พ.ศ.2559
27.ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "การพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดย คุณ.อุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา ในงาน "พลเมืองไทย ร่วมใจพัฒนาการเมือง" เนื่องในวันสถาปนาสภาพัฒนาการเมือง ครบรอบ 8 ปี และ สมัชชาพัฒนาการเมือง ประจำปี พ.ศ.2559 ณ.โรงแรม รามาการ์เด้นส์ ถนน.วิภาวดีรังสิต หลักสี่ กรุงเทพมหานคร วันเสาร์ ที่ 30 เดือน มกราคม พ.ศ.2559
28.
29.
30.
31.
32.
33.
34.
35.

3 ความคิดเห็น:

  1. จาก http://www.lokwannee.com/web2013/?p=199612

    “อุทัย”ชี้ร่างรธน.ปกปิดหลายเรื่องแต่ประชาชนไม่โง่

    On January 30, 2016

    ที่โรงแรมรามาการ์เดนส์ นายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา กล่าวตอนหนึ่งในการแสดงปาฐกภาพิเศษเรื่อง “การพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” เนื่องในโอกาสสถาปนาสภาพัฒนาการเมืองครบรอบ8 ปี ว่า การเมืองทุกวันนี้ถูกย่ำยี นักการเมืองถูกมองเป็นเหมือนตัวเสนียดจัญไรของบ้านเมือง

    การเลือกตั้งกำลังใกล้เข้ามา รัฐธรรมนูญกำลังจะคลอด ซึ่งมีเนื้อหาปากปิดหลายเรื่องแต่คนไทยไม่โง่ แม้จะเปิดรับฟังความเห็นแต่เชื่อว่าไม่มีการแก้ไขปรับปรุงเพราะเขาคิดกันมาดีแล้ว แต่ถ้าไม่ผ่านประชามติก็อย่าโทษประชาชน

    “การปกครองระบอบประชาธิปไตยต้องเป็นไปตามหลักการปกครองของระชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ต้องเป็นไปตามหลักการนี้หากผิดหลักก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย จะเป็นการปกครองแบบประยุทธ์ อยากเตือนว่าทหารที่เข้ามายุ่งกับการเมือง หรือนักปฏิวัติในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาอยู่รอดปลอดภัยไม่กี่คนอยากให้คนบางคนหันหลังไปดูรุ่นพี่ที่ผ่านๆมาว่าเขาเป็นอย่างไร หากคิดว่าเก่งกว่าเขาก็อยู่ต่อไปแต่หากคิดว่าไม่เก่งกว่าเขาก็รีบถอยออกไป ที่บอกว่าอยู่ต่อเพื่อไม่ให้ปฏิวัติเสียของผมกลัวว่าจะเสียคนมากว่า อะไรที่ทำไม่ได้ก็ปล่อยให้รัฐบาลหน้าเขาทำก็ได้”

    ตอบลบ
  2. จาก http://www.matichon.co.th/news/21171
    สัญญะ การเมือง จาก อุทัย พิมพ์ใจชน ‘มด’ กำลังอุ้มไข่

    การ “ออกโรง” ของ นายอุทัย พิมพ์ใจชน ระหว่างการบรรยายในหัวข้อเรื่อง “การพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”

    ทั้ง “สำคัญ” และ “คมแหลม”

    สำคัญเพราะว่าไม่เพียงแต่กล่าวถึง “บทเรียน” และพัฒนาการของระบอบประชาธิปไตยในสังคมประเทศไทยเท่านั้น หากแต่ยังเน้นย้ำอย่างหนักแน่นและจริงจังว่า

    “ไม่มีประเทศในโลกสงบสุข 100% แต่ทุกประเทศแก้ปัญหาด้วยการเลือกตั้ง”

    คมแหลมเพราะสำแดงสิ่งที่เรียกว่า “ความกล้าหาญ” ในทาง “จริยธรรม” ด้วยการเตือนบรรดา “นักรัฐประหาร” ทั้งหลายให้ศึกษาประวัติศาสตร์

    ประวัติศาสตร์อันสะท้อน “จุดจบ” ของ “นักรัฐประหาร”

    ไม่ว่าจะเป็นรุ่น จอมพล ป.พิบูลสงคราม ไม่ว่าจะเป็นรุ่น จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นจอมพลถนอม กิตติขจร

    กระจ่างและ “สว่าง” แจ้ง

    “เป็นพลเอกและจอมพลทั้งนั้นแต่อยู่รอดปลอดภัยกี่คน จุดจบอยู่ตรงไหน ถูกประชาชนขับไล่ไปไม่รอดสักราย”

    ยิ่งกว่านั้น ยัง “เตือน” ให้ระวังบุคคล 2 จำพวก

    บุคคล 2 จำพวกที่ นายอุทัย พิมพ์ใจชัย เตือนให้ระวังอย่างเป็นพิเศษล้วน “แวดล้อม” อยู่โดยรอบของผู้มี “อำนาจ” ในทางการเมืองทั้งสิ้น

    ที่สำคัญก็คือ เป็น 2 จำพวกที่มี “เป้าหมาย” อย่างเดียวกัน

    “อย่าไปเชื่อคำพูดคน 2 พวกที่พูดว่าอย่าต่ออย่างนี้ต่อไปดีแล้ว และคนที่บอกว่าให้อยู่ต่อเพราะยังทำหลายเรื่องที่ไม่เรียบร้อยจะทำให้การปฏิวัติและปฏิรูปเสียของ”

    ไม่ว่าคนพวก 1 ไม่ว่าคนพวก 2 ล้วนอยากให้ “อยู่ต่อ”

    “คนที่บอกว่าให้อยู่ต่อไป คือพวกที่สบายแล้ว มีอันจะกิน แต่คนพวกอื่นเขาสบายหรือไม่ก็ไม่รู้ และหากมีเรื่องที่ค้างอยู่ก็ปล่อยให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งทำต่อไปก็ได้”

    สัจจะ 1 ที่ นายอุทัย พิมพ์ใจชน ย้ำและยืนยัน

    “ไม่มีประเทศใดในโลกสงบสุข 100% แต่ทุกประเทศแก้ปัญหาด้วยการเลือกตั้งเพื่อให้ 2 ฝ่ายมีเวทีได้พูดคุย”

    คำเตือนจาก นายอุทัย พิมพ์ใจชน อาจฟังไม่เสนาะเพราะหู

    ยิ่งเมื่อนำไปเทียบกับลมข้างหูที่ดังจากพวกที่อยากให้ “อยู่ต่อ” ซึ่งแวดล้อมอยู่โดยรอบ คำของ นายอุทัย พิมพ์ใจชน ไม่เพียงแต่ไม่เพราะเสนาะหู หากยิ่งฟังยิ่งอาจบังเกิดความรู้สึก “ระคาย” กระทั่งอาจก่ออารมณ์บางอารมณ์ขึ้นมา

    คำถามก็คือ เหตุปัจจัยอะไร นายอุทัย พิมพ์ใจชน จึงออกมาพูด

    นายอุทัย พิมพ์ใจชน เป็นคนรุ่นเดียวกับ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นคนรุ่นเดียวกับ นายชวน หลีกภัย มีวีรกรรมทางการเมืองมากมาย

    ไม่ว่าเมื่ออยู่ “ประชาธิปัตย์” หรือออกมา “ข้างนอก”

    วีรกรรมที่ประวัติสาสตร์การเมืองไทยจักต้องจดจารจารึกอย่างแน่นอน คือ การนำเพื่อน ส.ส.ยื่นฟ้องจอมพลถนอม กิตติขจร หลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2514

    ผลก็คือ “โจทก์” กลับกลายเป็น “จำเลย”

    ผลก็คือ นายอุทัย พิมพ์ใจชน และเพื่อนอีก 2 คน ถูกจำขัง ณ คุก และได้รับการปลดปล่อยภายหลังสถานการณ์เมื่อเดือนตุลาคม 2516

    หากไม่มีเหตุการณ์วันที่ 14 ตุลาคม ก็คงอยู่ “ยาว”

    ถามว่าสภาพการณ์ทางการเมืองเช่นนี้คนที่ผ่านร้อนหนาวมาอย่าง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รู้หรือไม่ คนที่มากด้วยประสบการณ์อย่าง นายชวน หลีกภัย รู้หรือไม่

    ตอบได้เลยว่า “รู้”

    เพียงแต่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ จะเลือกอย่างไร เลือกข้างไหน เพียงแต่ นายชวน หลีกภัย จะพูดหรือไม่ และจะพูดอย่างไร

    แน่นอน ย่อมมิได้เป็นการสะท้อนออกแบบเดียวกับ นายอุทัย พิมพ์ใจชน

    ประวัติศาสตร์อาจมีในหลายด้าน แต่คนที่ “ทำทาง” ย่อมไม่รับจารึกอย่างหนักแน่นและมั่นคง

    ไม่ใครคาดหวังได้ว่า “คำพูด” อันแฝงด้วย “คำเตือน” ของ นายอุทัย พิมพ์ใจชน ในที่สุดแล้วงจะลงเอยอย่างไร

    แต่ที่แน่นอนอย่างที่สุดก็คือ การออกโรงด้วยความหาญกล้าในทาง “จริยธรรม” ของ นายอุทัย พิมพ์ใจชน จะกลายเป็น “หมุดหมาย” สำคัญในทางความคิดและในทางการเมือง

    เหมือน “มด” พากันอุ้ม “ไข่” ในยามที่ฟ้าคลุ้มมาแต่ไกล

    ตอบลบ
  3. จาก http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1454166542

    "อุทัย พิมพ์ใจชน"คืนเวที อัดรัฐธรรมนูญสวมหมวก - เตือน "บิ๊กตู่" ระวังจบแบบทหารนักปฏิวัติรุ่นพี่


    วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2559 เวลา 22:07 น.
    จำนวนคนอ่านล่าสุด 23333 คน

    เวลา 09.000 น. วันที่ 30 ม.ค. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ สภาพัฒนาการเมือง จัดงานสถาปนาสภาพัฒนาการเมืองครบรอบ 8 ปี โดยนายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา ปาถกฐาพิเศษเรื่องการพัฒนาการเมืองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ว่า เวลานี้ใกล้การเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญใหม่กำลังใกล้คลอด ซึ่งนายมีชัยมีส่วนร่วมในร่างรัฐธรรมนูญหลายฉบับ แต่ครั้งนี้มักสวมหมวกในการทำหน้าที่ จึงอาจเรียกได้ว่าเป็นรัฐธรรมนูญสวมหมวก ซึ่งการสวมหมวกอาจเป็นเพราะหนาว ป้องกันเป็นไข้ หรืออาจจะปกปิดอะไรบางอย่าง

    นายอุทัยกล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีการระบุถึงการคัดสรรตัวแทนวิชาชีพมาเป็น ส.ว. ส่วนตัวไม่เข้าใจว่าจะดีกว่าการเลือกตั้งอย่างไร คนเหล่านี้จะเรียกเป็นผู้แทนปวงชนไม่ได้ เพราะเป็นเพียงผู้แทนอาชีพใครอาชีพมัน หรือที่เรียกว่า ผู้แทนแขนคอกŽ เพราะจะยึดโยงแต่ประโยชน์ในอาชีพตัวเอง ขณะที่การเลือกตั้งเป็นระบบคัดผู้นำ ซึ่งจะต้องมีความกล้าหาญ มีธรรม 5 ข้อ นั่นคือ มีศรัทธา มีศีล มีสัจจะ มีความอดทน และมีปัญญา

    พล.อ.ประยุทธ์อย่าไปเชื่อคนที่ยุให้อยู่ในตำแหน่งอย่าห่วงว่าการรัฐประหารจะเสียของ และให้ดูจุดจบของรุ่นพี่ทหารที่ทำการปฏิวัติ ยึดอำนาจว่าเป็นอย่างไร แต่ถ้าคิดว่าเก่ง ก็ให้อยู่ในอำนาจต่อไป แต่ถ้าไม่ ขอให้รีบถอย และขอให้เดินตามโรดแม็ป ไม่มีประเทศใดที่สงบเรียบร้อย 100% และอย่าเอาเรื่องปรองดองมาเป็นสาระมากนัก เพราะพี่น้องพ่อแม่เดียวกันยังทะเลาะ ยังฆ่ากัน เมื่อขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์Ž นายอุทัยกล่าว


    นายอุทัยกล่าวว่า การเลือกตั้งคือแนวทางที่สร้างความปรองดองที่แท้จริง ที่เปิดโอกาสให้หลายฝ่ายมาพูดคุยกันในสภา
    และขอเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ใช้วิธีการเลือกตั้ง นายกฯ โดยตรง หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติ โดยกำหนดให้ ส.ส.มีวาระ 2 ปี ทำหน้าที่ตรวจสอบกฎหมาย นโยบาย และการใช้จ่ายงบประมาณ

    ด้านนายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง ปาถกฐาพิเศษ เรื่อง พลเมืองไทยร่วมใจพัฒนาการเมืองŽ ว่า การป้องกันและแก้ไขการล่มสลายทางการเมือง และปัจจัยที่จะทำให้ระบอบประชาธิปไตย รวมถึงโครงสร้างทางการเมืองระดับบนและกลางคงอยู่ได้ คือความเข้มแข็งทางการเมืองในระดับฐานล่าง ซึ่งขณะนี้แม้จะก้าวเข้าสู่ปีที่ 84 ในระบอบประชาธิปไตย แต่ยังไม่มีการพัฒนามากนัก และปัจจุบันสิ่งที่มีการแก้ไข ยังคงเป็นเฉพาะในส่วนบน คือรัฐธรรมนูญเท่านั้น ส่วนตัวได้อ่านร่างรัฐธรรมนูญบางส่วน แล้วรู้สึกตกใจ ขอให้ฉายาว่าเป็นร่างรัฐธรรมนูญดับเบิ้ลเซียงเมี่ยงหรือร่างรัฐธรรมนูญแบบดับเบิ้ลศรีธนญชัย เพราะมีเรื่องซ่อนเร้นไว้เยอะ

    นายธีรภัทร์ระบุว่า ส่วนตัวให้ความสนใจกับโครงสร้างทางการเมืองระดับฐานล่าง ซึ่งคือการสร้างความเข้มแข็งทางการเมืองให้กับภาคประชาชน ทั้งนี้การพัฒนาการเมืองและระบอบประชาธิปไตยให้ยั่งยืน จะต้องทำให้ประชาชนมีความเข้มแข็งทางการเมือง ลดประชาธิปไตยเชิงโครงสร้าง ไม่ให้เกิดการล้าหลังทางวัฒนธรรมทางการเมือง ให้ประชาชนเข้าใจระบบการเมืองการปกครอง เข้าใจหน้าที่พลเมือง และมีจิตสำนึกต่อสังคมส่วนรวม.

    ตอบลบ